ชุมชนพระธาตุเมินข้าวโพด เปลี่ยนปลูกขมิ้นชันส่ง องค์การเภสัชกรรม

ชุมชนพระธาตุเมินข้าวโพด เปลี่ยนปลูกขมิ้นชันส่ง องค์การเภสัชกรรม

ชุมชนพระธาตุเมินข้าวโพด เปลี่ยนปลูกขมิ้นชันส่ง องค์การเภสัชกรรม

นางเสาวลักษณ์ มณีทอง ประธานวิสาหกิจชุมชนแปรรูปสมุนไพรปลูกรัก ต.พระธาตุ อ.แม่ระมาด จ.ตาก เผยว่า แม้เกษตรกรในพื้นที่ไม่อยากปลูกพืชเชิงเดี่ยวเสี่ยงต่อการขาดทุนสูง หากมีผลผลิตออกมาล้นตลาด แต่เมื่อสภาพพื้นที่ทำกินไม่เอื้ออำนวย เป็นพื้นที่พึ่งพาน้ำฝน ทำให้ไม่มีทางเลือก ต้องปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ทำให้แต่ละครอบครัวมีรายได้เฉลี่ยปีละ 25,000-30,000 บาท เป็นช่องทางให้พ่อค้าเจ้าเล่ห์หลอกขายหัวพันธุ์ขมิ้นชันให้ชาวบ้านปลูก ยืนยันว่าจะรับซื้อ ชาวบ้านแห่ปลูกกันทั้งหมู่บ้าน ด้วยหวังว่าการปลูกขมิ้นชันจะเป็นรายได้เสริม แต่เมื่อถึงเวลาขุดหัวขมิ้นชันขาย พ่อค้ากลับเบี้ยวไม่มารับซื้อตามสัญญา

ทางสภาเกษตร จ.ตาก จึงเข้ามาขอให้วิสาหกิจชุมชนฯช่วยรับขมิ้นชันจากชาวบ้านนำมาแปรรูป เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ หัวขมิ้นจะฝ่อไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ ช่วงแรกๆ นำมาฝานบางๆ นำเข้าโรงเรือนอบแห้ง เพื่อยืดอายุให้เก็บรักษาได้นาน ต่อมามีเจ้าหน้าที่จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาแม่ระมาด จ.ตาก เข้ามาชักชวนให้เข้าร่วมประชุมกับทางองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ที่กำลังหากลุ่มเกษตรกรปลูกขมิ้นชันเพื่อนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

“เมื่อนำตัวอย่างขมิ้นชันไปให้เจ้าหน้าที่องค์การเภสัชฯ ตรวจสารกลุ่มเคอร์คิวมินอยด์ (curcuminoids) ปรากฏว่าขมิ้นชันของเรามีสารสำคัญปริมาณสูงถึง 9.5 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่กลุ่มตัวอย่างอื่นมีแค่ 5-7 เปอร์เซ็นต์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราได้เปรียบในเรื่องสภาพพื้นที่ปลูก สภาพอากาศร้อน ทำให้สารสำคัญของขมิ้นชันจะสูง องค์การเภสัชฯ จึงตกลงรับซื้อขมิ้นชันปีละ 40 ตันแห้ง”

เสาวลักษณ์ บอกอีกว่า เพื่อให้ขมิ้นชันมีสารเคอร์คิวมินอยด์เข้มข้น วิสาหกิจฯ จะรับซื้อขมิ้นชันที่ปลูกนาน 1 ปี ในราคา กก.ละ 8-10 บาท สูงกว่าขมิ้นชันทั่วไป ที่ใช้เวลาปลูก 8-9 เดือน ตลาดรับซื้อในราคา กก.ละ 5-6 บาท ผลผลิตที่กลุ่มรับซื้อ ส่วนหนึ่งนำมาแปรรูปทำผลิตภัณฑ์สมุนไพรภายใต้แบรนด์ปลูกรักของวิสาหกิจฯเอง อีกส่วนทำขมิ้นชันอบแห้งส่งขายให้กับองค์การเภสัชฯ ทำให้เกษตรกรมีอาชีพทางเลือกและมีตลาดรับซื้อที่แน่นอน ดีกว่าปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์.

ที่มา:ไทยรัฐออนไลน์