6 น้ำมันสกัดจากพืช ที่มีสรรพคุณทั้งภายในและภายนอก

น้ำมันสกัดจากพืช
น้ำมันสกัดจากพืช

น้ำมันรำข้าว (Rice Bran Oil)

น้ำมันรำข้าวเหมาะสำหรับปรุงอาหาร เพื่อลดการดูดซึมโคเลสเตอรอลจากอาหาร และที่สำคัญคือไม่มีกลิ่นที่รุนแรง จึงไม่รบกวนหรือกลบกลิ่นและรสชาติของอาหาร อีกทั้งยังสามารถปรุงอาหารโดยใช้ความร้อนสูงได้อย่างการ ทอด ผัด เพราะสารออไรซานอลทนความร้อนได้ถึง 254 องศาเซลเซียส โดยไม่ทำให้เสียคุณค่าของสารออไรซานอล ที่ลดการเสื่อมสภาพของเซลล์ต่างๆในร่างกายจึงมีส่วนช่วยในการชะลอวัย และยังช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำลายโดยแสงแดด

ซึ่งน้ำมันรำข้าวนั้นมีสองรูปแบบคือ น้ำมันรำข้าวสำหรับปรุงอาหาร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และนอกจากนำมาปรุงอาหารหรืออาหารเสริม น้ำมันรำข้าวก็ยังนิยมนำมาเป็นส่วนผสมของเวชสำอางเพื่อช่วยในการชะลอความเหี่ยวย่นของผิวหนังได้ เนื่องจากมี วิตามิน E เป็นจำนวนมาก ทำให้ผิวกระจ่างใส เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว และป้องกันรอยเหี่ยวย่นตามใบหน้าได้เป็นอย่างดี

ประโยชน์ของน้ำมันรำข้าว
  • ส่วนช่วยในการเพิ่มฮอร์โมนเพศชาย การเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อ การรักษาอาการหมดประจำเดือน เพราะมีสารออไรซานอล
  • ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • ป้องกันโรคมะเร็ง
  • บำรุงประสาทและสมอง
  • บำรุงสายตา

ควร : ทานสด และนำไปปรุงอาหารที่มีความร้อนสูงได้

ข้อแนะนำ : ถึงแม้น้ำมันรำข้าวจะสามารถทนความร้อนสูงได้ แต่ไม่ควรใช้ในอุณหภูมิที่สูงเกินไป เพราะจะทำให้คุณค่าค่อยๆลดลง

น้ำมันสกัดจากพืช

น้ำมันงา (Sesame Oil)

น้ำมันงา เป็นน้ำมันที่สกัดมาจากงา โดยงามีไขมันจำเป็นที่ร่างกายสังเคราะห์เองไม่ได้ คือกรดไขมันไลโนเลอิก ที่มีหน้าที่ช่วยในการขยายหลอดเลือด ลดความดันโลหิต ไปจนถึง ช่วยป้องกันการเกิดเกล็ดเลือดเกาะตัวกันเป็นลิ่ม และเนื่องจากน้ำมันงานั้นมีไขมันชนิดไม่อิ่มตัวอยู่หนึ่งชนิด ที่สามาถช่วยป้องกันเส้นเลือดแดงแข็งตัวไปจนถึงโรคหัวใจ น้ำมันงาจึงเป็นที่นิยมสำหรับอาหารเพื่อสุขภาพเป็นอย่างมาก

น้ำมันงานั้นทนความร้อนได้สูงสุดถึง 100 องศา ดังนั้นเราจึงเห็นคนนิยมนำมาทำอาหาร กันได้อย่างหลากหลายโดยที่ไม่เสียคุณค่าทางโภชณาการของน้ำมันงาไปไม่ว่าจะนำไปทำน้ำสลัด น้ำจิ้มสุกี้ ผัดผัก ฯลฯ นอกจากนั้นยังสามารถนำมาบำรุง เส้นผม หนังศีรษะ และผิวพรรณได้อีกด้วย

ประโยชน์ของน้ำมันงา
  • น้ำมันงาช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ให้เป็นปกติ
  • ใช้ทาผิวหน้าจะทำให้ผิวตึงขึ้น เมื่อทาบริเวณจมูกจะทำให้รูขุมขนไม่ให้เปิดมากไป ป้องกันการแก่ตัวของผิวหน้า
  • สามารถสกัดการเติบโตของเซลล์มะเร็งผิวหนัง
  • สามารถทำให้หลอดเลือดแดงดีขึ้น
  • ลดการเกิดการอุดตันของหลอดเลือด

ควร : ทานสด ,บำรุงผิว

ข้อแนะนำ : ควรสังเกตที่ผลิตภัณฑ์อย่างละเอียดเพื่อให้เหมาะสมกับวิธีการใช้ เนื่องจากปัจจุบันมีน้ำมันงาที่มีการปรุงแต่งอยู่มาก ไม่ว่าจะปรุงรสสี และกลิ่น ซึ่งบางชนิดอาจจะไม่เหมาะในการทานสด หรือทาผิวกาย

น้ำมันมะกอก (Olive Oil)

น้ำมันมะกอก เป็นน้ำมันที่ได้จากการสกัดของผลมะกอก สามารถนำไปใช้ได้ทั้งประกอบอาหาร น้ำมันนวด และยังสามารถใช้ในการป้องกันโรคต่างๆ ได้ เช่น ภาวะไขมันในหลอดเลือดสูง ภาวะเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ ความดันโลหิต ท้องผูก ไปจนถึงการใช้เพื่อลดน้ำหนักหรือบำรุงผิวเพื่อป้องกันผิวแตกลาย โดยประโยชน์และคุณสมบัติของน้ำมันมะกอกก็จะต่างกันออกไปตามชนิดและกรรมวิธีในการสกัด ซึ่งน้ำมันมะกอกสามารถแบ่งออกได้ถึง 5 ชนิด

1. Extra Virgin Olive Oil น้ำมันมะกอกชนิดบริสุทธิ์พิเศษ โดยน้ำมันมะกอกประเภทนี้จะคงทั้งกลิ่น รสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการให้อยู่ครบเกือบ 100% โดยได้จากการบีบสดจากลูกมะกอก สามารถใช้ทานสดๆ แบบผสมเป็นน้ำสลัดหรือซอสพาสต้า แต่ห้ามผ่านความร้อนเด็ดขาด เพราะจะทำให้เสียคุณค่าทางโภชนาการและไขมันจะเปลี่ยนเป็นไขมันไม่ดี

ควร : ทานสด ผสมน้ำสลัด หรือซอสต่างๆ

ไม่ควร : ทอด ผัด หรือกรรมวิธีที่ผ่านความร้อน

2. Virgin Olive Oil น้ำมันมะกอกชนิดนี้ได้จากการบีบสดจากลูกเหมือนกับชนิดแรก แต่ชนิดนี้ผลมะกอกจะแก่กว่า ซึ่งทำให้มีคุณภาพรองลงมา สามารถใช้ทานสดและไม่ควรผ่านความร้อนเช่นกัน

ควร : ทานสด ผสมน้ำสลัด หรือซอสต่างๆ

ไม่ควร : ทอด ผัด หรือกรรมวิธีที่ผ่านความร้อน

3. Olive Oli / Pure Olive Oil น้ำมันมะกอกที่มีการสผมกันระหว่าง Extra Virgin Olive Oil กับ น้ำมันมะกอกที่ผ่านกรรมวิธีเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารเข้าไป ทำให้ได้น้ำมันมะกอกที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงใกล้เคียงกับ Extra Virgin Olive Oil เพียงแต่ชนิดนี้ทนความร้อนได้ดีขึ้น จึงสามารถนำไปประกอบอาหารแบบผ่านความร้อนเร็วๆ ได้

ควร : นำไปใช้ผัดอาหารแบบเร็วๆ เช่น ผัดผัก ข้าวผัด

ไม่ควร : ทอด

4. Refined Olive Oil / Extra Light Olive Oil เป็นน้ำมันมะกอกแบบผ่านกรรมวิธีแบบเพียว โดยที่ไม่มี Extra Virgin Olive Oil ผสมอยู่ โดยสารอาหารก็หายไปบ้างจากการสกัดเอาสี กลิ่น รส เดิมออกไปโดยผ่านกรรมวิธีทางเคมี และผ่านความร้อน ทำให้นำมันค่อนข้างใส แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการอยู่บ้าง และทนความร้อนได้ดี

ควร : ทอดอาหารได้นานยิ่งขึ้น

ไม่ควร : ทานสด

ถึงแม้น้ำมันที่สกัดพืชจะเป็นอันดับต้นๆ ของคนรักสุขภาพที่จะเลือกใช้ แต่น้ำมันที่สกัดจากพืชก็มีคุณและโทษที่ต่างกันออกไป หากใช้อย่างถูกวิธีและเหมาะสม และขึ้นชื่อว่าน้ำมัน หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไปอาจทำให้เป็นโรคอ้วนได้นะคะ