พาณิชย์เพชรบูรณ์เดินหน้าดัน “เกษตรอินทรีย์นางั่ว” วิถีพอเพียงตามรอย รัชกาลที่ 9

สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์เดินหน้าผลักดัน “กลุ่มเกษตรอินทรีย์นางั่ว” เป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์แห่งที่ 2 ของจังหวัดเพชรบูรณ์ มีจุดเด่นทำเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียงตามรอยในหลวงรัชกาลที่ 9 มั่นใจดันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว ดึงดูดคนมาชม ชิม ชอป ได้เพิ่มขึ้น หลังปั้นกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านริมสีม่วง  ติดตลาดแล้ว

น.ส.จุฬารัตน์ นุ่มนิ่ม นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า สำนักงานฯ มีแผนที่จะผลักดันให้กลุ่มเกษตรอินทรีย์ นางั่ว เป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์แห่งที่ 2 ของจังหวัดเพชรบูรณ์

โดยขับเคลื่อนในลักษณะ “หมู่บ้านเกษตรอินทรีย์ในวิถีพอเพียงตามรอยพ่อ” เนื่องจากกลุ่มได้มีแรงบันดาลใจจากหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 เริ่มจากคนกลุ่มเล็กๆ ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ สร้างปลูกเพื่อกินเองในบ้าน แบ่งปันเพื่อนบ้าน เหลือก็นำไปขาย เดิมมีสมาชิกที่ทำเกษตรอินทรีย์และเข้าร่วมโครงการเพียง 5 ราย พื้นที่ปลูก 55 ไร่ ปัจจุบันมีสมาชิกรวมเป็น 20 ราย พื้นที่ปลูกรวม 175 ไร่

“ได้ตั้งเป้าที่จะผลักดันให้เป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์แห่งที่ 2 เพราะกลุ่มเกษตรอินทรีย์นางั่ว มีศักยภาพในการผลิตและการเพาะปลูกเกษตรอินทรีย์เป็นอย่างมาก โดยหากเป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์แล้ว จะช่วยดึงดูดการท่องเที่ยว ดึงคนให้มาเที่ยวชมวิถีชีวิตของเกษตรกร การทำเกษตรกร มาเลือกชม เลือกซื้อสินค้า ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและเศรษฐกิจในชุมชนได้เพิ่มขึ้น”

สำหรับกลุ่มเกษตรอินทรีย์บ้านริมสีม่วง ตั้งอยู่ในตำบลริมสีม่วง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเกษตรอินทรีย์แห่งแรกนั้น สำนักงานฯ ยังคงเดินหน้าส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนในลักษณะฟาร์มออแกนิกทัวร์ เพื่อให้คนที่รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มาอยู่อาศัย มากิน มาเรียนรู้ในวิถีอินทรีย์ ซึ่งเดิมมีสมาชิกที่ทำเกษตรอินทรีย์และเข้าร่วมโครงการเพียง 7 ราย พื้นที่ปลูก 79 ไร่ ปัจจุบันมีสมาชิกรวมเป็น 32 ราย พื้นที่ปลูกรวม 293 ไร่

น.ส.จุฬารัตน์กล่าวว่า สำนักงานฯ ยังได้สร้างโอกาสทางการตลาดให้กับกลุ่มเกษตรกรที่ทำเกษตรอินทรีย์ โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับร่วมกับ บริษัท สังคมสุขภาพ จำกัด (เลมอนฟาร์ม)  พัฒนากระบวนการผลิตให้ได้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ให้กับกลุ่มเกษตรอินทรีย์ เพชบุระ PGS เพชรบูรณ์  ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีเครือข่ายทั้ง 2 แห่งดังกล่าวข้างต้น มีศักยภาพในการปลูกผักเมืองหนาว ผลไม้ ข้าว ธัญพืช เนื่องจากพื้นที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ผลผลิตมีคุณภาพดี สามารถส่งเข้าตลาดเลมอนฟาร์ม ตลาดสีเขียวในท้องถิ่น ตลาดต้องชม โรงพยาบาล

โดยราคาที่จำหน่ายได้สูงกว่าราคาสินค้าเกษตรทั่วไปหลายเท่าตัว สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เพิ่มมากขึ้น ผู้บริโภคสามารถบริโภคได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยไร้สารเคมี  สิ่งแวดล้อมก็ดีขึ้นด้วย และในเร็วๆนี้จะเดินหน้าผลักดันการตลาดของเกษตรอินทรีย์รายย่อยให้สามารถค้าขายผ่านตลาดออนไลน์ครอบคลุมทั้งภายในและต่างประเทศได้อย่างครบวงจรอีกด้วย

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์