รากเน่าโคนเน่า…ทุเรียน

ระยะนี้เชื้อราเจริญเติบโตได้ดี กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนทุเรียนรับมือการระบาดของ โรครากเน่าและโคนเน่า ที่มักจะเกิดขึ้นในระยะที่ต้นทุเรียนแตกใบอ่อน โรคเกิดที่ราก…ใบปลายกิ่งมีสีซีดไม่เป็นมันเงา ใบเหี่ยวลู่ลง เมื่ออาการรุนแรงใบจะเหลืองและหลุดร่วง หากขุดดูที่รากฝอยจะพบว่ารากฝอยมีลักษณะเปลือกล่อน เปื่อยยุ่ยเป็นสีน้ำตาล แต่ถ้ารุนแรงอาการจะลามไปยังรากแขนงและโคนต้น ทำให้ต้นโทรมและยืนต้นตาย

เกิดที่กิ่ง ลำต้น และโคนต้น…จะใบเหลืองเป็นบางกิ่ง มีรอยคล้ายคราบน้ำบนผิวเปลือกของกิ่งหรือลำต้น วันไหนช่วงเช้าอากาศชื้นอาจเห็นหยดของเหลวสีน้ำตาลแดงออกมา เมื่อใช้มีดถากจะพบเนื้อเยื่อเปลือก เนื้อไม้เป็นแผลสีน้ำตาล ถ้าแผลขยายใหญ่จะลุกลามจนรอบโคนต้น จนทำให้ใบร่วงจนหมดต้นและแห้งตาย เกิดที่ใบ…ใบช้ำ ดำ มีรอย ตายนึ่งคล้ายถูกน้ำร้อนลวก และจะเกิดอาการ ไหม้แห้งคาต้น

ต้นที่เป็นโรครุนแรงมาก ยืนต้นแห้งตาย ให้ขุดออกแล้วนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก จากนั้นให้ใส่ปูนขาวและตากดินไว้ระยะหนึ่งแล้วปลูกใหม่ทดแทนหากพบอาการโรคบนกิ่งหรือที่โคนต้น ให้ถากหรือขูดผิวเปลือกบริเวณที่เป็นโรคออก ทาแผลด้วย ฟอสอีทิล–อะลูมิเนียม 80% ดับเบิลยูพี หรือ เมทาแลกซิล 25% ดับเบิลยูพี ทุก 7 วัน จนกว่าแผลจะแห้ง หรือ ฟอสโฟนิก แอซิด 40% เอสแอล ผสมน้ำสะอาดใส่กระบอกฉีดยา ใช้อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อต้น ฉีดเข้าลำต้นหรือกิ่งในส่วนที่เป็นเนื้อไม้ดีใกล้จุดเป็นโรค

หากพบใบเริ่มมีสีซีดไม่เป็นมันเงา ใบเหลืองหลุดร่วง ให้ใช้ ฟอสโฟนิก แอซิด 40% เอสแอล ใส่กระบอกฉีดยา ฉีดเข้าลำต้นหรือ กิ่งในส่วนเนื้อไม้ดีใกล้จุดเป็นโรค อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อต้น หรือราดดินด้วย ฟอสอีทิล–อะลูมิเนียม 80% ดับเบิลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร สลับกับ เมทาแลกซิล 25% ดับเบิลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร

และเมื่อพบส่วนของใบ ดอก และผลเป็นโรค ให้ตัดแต่งส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก และฉีดพ่นทรงพุ่มให้ทั่วด้วย เมทาแลกซิล 25% ดับเบิลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟอสอีทิล–อะลูมิเนียม 80 ดับเบิลยูพี อัตรา 30-50 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หลังจากการเก็บเกี่ยว
ผลผลิตแล้ว ให้ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรค กิ่งแห้ง และตัดขั้วผลที่ค้างอยู่นำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดการสะสมของเชื้อสาเหตุโรค.

สะ–เล–เต

ที่มา:ไทยรัฐออนไลน์