สวนมะนาวระวังเพลี้ยไก่แจ้

กลางฤดูฝนน้ำท่ากำลังดี ช่วยให้พืชแตกตาใบและยอดอ่อน อาหารอันโอชะของเหล่าแมลงศัตรูพืช กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรชาวสวนมะนาวในระยะนี้ให้เฝ้าระวังการระบาดของเพลี้ยไก่แจ้ส้ม
ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยมักจะสัญจรมาดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน แรกเริ่มจะเข้าทำลายตาใบหรือใบอ่อน…ตัวเต็มวัย
จะวางไข่เข้าไปในเนื้อเยื่อ ทำให้เห็นเป็นวงสีเหลืองหรือน้ำตาลตามใบเป็น กลุ่ม กลุ่มละ 8-14 ฟอง หลังจากนั้นไข่
จะฟักออกเป็นตัวอ่อน มีปุยสีขาวติดอยู่ตามลำตัว โดยเฉพาะด้านท้ายของลำตัวมีปุยสีขาวคล้ายๆกับหางไก่ เลยได้ชื่อว่า “เพลี้ยไก่แจ้” หรือ “เพลี้ยไก่ฟ้า”
และเมื่อลอกคราบเป็นตัวเต็มวัยจะมีสีเทาส้มเกาะอยู่ที่บริเวณยอดทำมุม 45 องศา เขาเลยตั้งชื่อให้ว่า “เพลี้ยไก่แจ้ส้ม”
ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะอาศัยอยู่ด้านหลังใบตลอดเวลา…ดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน พร้อมกับถ่ายมูลหวานทิ้งไว้ จนก่อให้เกิดเชื้อราดำปกคลุมอยู่ ยอดอ่อนที่ถูกทำลายจะหงิกงอและเหี่ยวแห้ง
แนวทางในการป้องกันและแก้ไข หากพบการระบาดของเพลี้ยไก่แจ้ส้มให้เกษตรกรควรหมั่นสำรวจปริมาณเพลี้ยไก่
แจ้ส้มทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย โดยการสุ่ม 5 ยอดต่อต้น จำนวน 10-20 ต้นต่อสวน หากพบกลุ่มตัวอ่อนหรือตัวเต็มวัย
ของเพลี้ยไก่แจ้ส้ม 2-3 ตัวต่อยอด ให้เกษตรกรตัดแต่งใบอ่อนและยอดอ่อนที่ถูกเพลี้ยไก่แจ้ส้มเข้าทำลายมาเผาไฟทิ้งนอกแปลงปลูก
จากนั้นให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลง อิมิดาโคลพริด 10% เอสแอล อัตรา 8 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไดโนทีฟูแรน 10% ดับเบิลยูพี อัตรา 4 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ หรือ โคลไทอะนิดิน 16% เอสจี อัตรา 1 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แลมบ์ดาไซฮาโลทริน 2.5% ซีเอส อัตรา 15 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ แลมบ์ดาไซฮาโลทริน/ไทอะมีทอกแซม 14.1%/10.6%แซดซี อัตรา 4 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร.

สะ–เล–เต

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์