รากกล้วยจินดา..เกือบสูญ ประมงเร่งเพาะปล่อยธรรมชาติ

รากกล้วยจินดา..เกือบสูญ ประมงเร่งเพาะปล่อยธรรมชาติ
จากเดิมแต่ไหนแต่ไรมา “ปลารากกล้วย” เป็นที่นิยมบริโภคของชาวบ้านทั่วไปในแถบแม่น้ำโขงและลุ่มน้ำเจ้าพระยา แต่ด้วยระบบเศรษฐกิจและสังคมเมืองไทยเปลี่ยนไปเป็นด้วย

การจับมาเพื่อบริโภคในครอบครัวกลายเป็นจับเพื่อขายให้ภัตตาคาร ร้านอาหาร ส่งผลให้ปลารากกล้วยที่มีมากมายในธรรมชาติหดหายน้อยลงไปเหลือแค่ 40% จากที่ชาวบ้านเคยจับกันได้ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ “ปลารากกล้วยจินดา”…ตัวเลขนี้ในทางวิชาการถือว่าอยู่ในภาวะใกล้สูญพันธุ์

ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดลำปาง จึงต้องทำการศึกษาวิจัยเพาะพันธุ์ “ปลารากกล้วยจินดา” เพื่อปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ เพิ่มปริมาณไม่ให้สูญพันธุ์

ปลารากกล้วยจินดา หรือรากกล้วยแม่ปิง ที่ชาวบ้านมักเรียกว่า ซ่อนทราย เป็นปลาพื้นถิ่นของประเทศไทย ชอบอาศัยอยู่ในแม่น้ำบริเวณที่มีพื้นท้องน้ำที่เป็นทราย โดยเฉพาะพบบริเวณแถบลุ่มน้ำโขง พบกระจายอยู่ในแหล่งน้ำของภาคอีสานตอนล่าง เช่น อุบลราชธานี และลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไล่ตั้งแต่ภาคเหนือลงไปสู่ภาคกลางตอนบน”


นายอรรถพล โลกิตสถาพร ผอ.ศูนย์วิจัยฯลำปาง อธิบายถึงลักษณะธรรมชาติของปลารากกล้วยจินดาที่ต้องการนำมาเพาะพันธุ์เพื่อการอนุรักษ์ โดยรวบรวมพันธุ์ในธรรมชาติจากลำห้วยสาขาต้นน้ำวัง อ.เมืองปาน อ.แจ้ห่ม และ อ.วังเหนือ จ.ลำปาง มาตั้งแต่ ม.ค.61 ได้มาทั้งหมด 77 ตัว

นำมาเลี้ยงไว้ในบ่อซีเมนต์ภายในศูนย์วิจัยฯ ลำปาง 6 เดือน กระทั่งปลามีความสมบูรณ์เพศทั้งเพศผู้และเพศเมีย จึงได้ทดลองเพาะพันธุ์ครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยการฉีดฮอร์โมนสังเคราะห์กระตุ้นการวางไข่และนำเชื้อตัวผู้ฉีดลงไปในไข่แล้วนำไข่มาอนุบาลในถังไฟเบอร์กลาสจนฟัก ออกมาเป็นตัว ก่อนจะย้ายไปใส่บ่อซีเมนต์เพื่ออนุบาลลูกปลารากกล้วยให้ได้ขนาดที่เหมาะสมจำนวน 40 ตัว

จากนั้นเพาะพันธุ์อย่างต่อเนื่องไปอีก 3 ครั้ง แม้จะมีอัตรารอดประมาณ 20% แต่ก็ได้ลูกพันธุ์มาทั้งสิ้น 5,500 ตัว ถือว่าประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ เพราะจากการตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับการเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ ยังไม่มีผู้ใดเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ จึงถือได้ว่าเป็นครั้งแรกของประเทศไทยที่สามารถเพาะพันธุ์ปลารากกล้วยจินดาได้สำเร็จ

หลังจากนี้จะนำลูกพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงได้ไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูประชากรปลารากกล้วยจินดาในธรรมชาติให้เกิดสมดุลในระบบนิเวศ
ส่วนการผลักดันให้เกษตรกรเลี้ยงเป็นปลาเศรษฐกิจประจำถิ่น เพราะมีราคาสูงถึง กก.ละ 400 บาท ศูนย์วิจัยฯลำปาง จะต้องศึกษาถึงวิธีการเพาะเลี้ยงว่ามีต้นทุนค่าค่าอาหารเท่าไหร่ เลี้ยงแล้วจะคุ้มต้นทุนหรือไม่ อย่างไรต่อไป.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์