แนะนำวิธีการปลูก ลองกอง ให้มีลูกใหญ่ และได้คุณภาพ

แนะนำวิธีการปลูก ลองกอง ให้มีลูกใหญ่ และได้คุณภาพ
แนะนำวิธีการปลูก ลองกอง ให้มีลูกใหญ่และได้คุณภาพ
ลองกอง  เป็นอีกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของไทยนิยมปลูกกันในภาคตะวันออกและภาคใต้เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศที่เหมาะแก่การปลูกและเป็นที่นิยมทั้งในไทยและต่างประเทศมีตลาดลองรับจำนวนมาก การปลูกลองกองจึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ ที่สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรได้เป็นอย่างดี
 
 
วัสดุอุปกรณ์ในการปลูกลองกอง
1.ต้นกล้าลองกอง
2.ปุ๋ยคอก
3.หินฟอสเฟต
4.สารสะกัดสะเดา (ฉีดเฉพาะเวลามีหนอนรบกวน)
5.ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15
6.ปุ๋ยเคมีสูตร 13-13-21
7.ปุ๋ยเกร็ด 10-52-17
8.กรรไกรตัดกิ่ง 1 อัน
9.ท่อน้ำขนาด 2 นิ้ว และท่อเมน ขนาด 3 นิ้ว
10.มินิสปริงเกอร์ขนาด 6 หุน 1 อัน ต่อต้นลองกอง 1 ต้น
11.ปั๊มน้ำขนาด 2 แรง 1 เครื่อง
วิธีการปลูกลองกอง:
1.แหล่งปลูกที่เหมาะสม ดินควรเป็นดินร่วนปนทรายมีอินทรีย์วัตถุสูง มีการระบายน้ำดี และต้องมีแหล่งน้ำเพียงพอที่จะให้กับลองกองตามเวลาที่ต้องการ
2.การเตรียมต้นกล้า  ควรมีอายุตั้งแต่ 1 ปี สมบูรณ์แข็งแรง ใบยอดคู่สุดท้ายแก่เต็มที่ก่อนปลูกค่อยๆ งดน้ำและปุ๋ยและเพิ่มแสงให้มากขึ้นทีละน้อย
3.การปรับพื้นที่ และวางระบบน้ำควรขุดตอและรากไม้เก่าออกให้หมด ไถตากดินไว้ 10-15 วัน แล้วปรับพื้นที่ให้เสมอ น้ำควรใช้ระบบพ่นฝอย หรือมินิสปริงเกอร์ โดยให้มีมินิสปริงเกอร์ 1 อัน ต่อต้นลองกอง 1 ต้น
4.ระยะปลูก  ใช้ระยะระหว่างต้น 4-6 เมตร และระหว่างแถว 6-8 เมตร
5.การเตรียมหลุม  ขุดหลุมขนาด กว้าง ลึก และยาว ด้านละ 50 ซม. ใส่ปุ๋ยคอก 1 ปี๊บ และหินฟอสเฟต 500 กรัม คลุกกับดินที่ขุดหลุมแล้วกลบคืนลงในหลุม 2 ใน 3 ของหลุม
6.การป้องกันแมลงให้ใช้สารสกัดสะเดาเพื่อป้องกันหนอน ฉีดเฉพาะเวลามีหนอนรบกวน ฉีดอาทิตย์ละครั้ง
7.การให้น้ำควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 3 วัน ต่อครั้งไม่ว่าฝนจะตกหรือไม่ก็ตาม(ฝนตกก็ต้องให้น้ำ) ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอจนกระทั่งแก่เต็มที่(ประมาณเดือนพฤศจิกายน)ให้อดน้ำประมาณ 30 วัน จนใบลองกองร่วงประมาณ 30-50% หลังจากนั้นอัดน้ำให้เยอะวันละครั้งเป็นเวลา 3 วัน
8.การใส่ปุ๋ยควรใส่ทั้งปุ๋ยคอกและปุ๋ยเคมีหว่านปุ๋ยบริเวณใต้ทรงพุ่มโดยรอบ ห่างจากโคนต้นประมาณ 20-30 ซม. พรวนดินกลบ และใส่หลังจากตัดแต่งกิ่งและกำจัดวัชพืช ปริมาณที่ใส่ขึ้นกับอายุและขนาดของต้น ดังนี้
-ปีที่ 1 ใส่ปุ๋ยคอก5กิโลกรัมต่อต้นปุ๋ย 15-15-15 อัตรา 150-200 กรัมต่อต้น
-ปีต่อๆ ไป(ยังไม่ให้ผลผลิต)ใส่ 2 ครั้ง/ปี ต้นและปลายฤดูฝน
9.การตัดกิ่งและตัดแต่งช่อดอก 
-ควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง ไม่ให้กิ่งรกทึบจนเกินไป เพื่อป้องกันเชื้อรา
-การตัดแต่งช่อดอกควรทำในระยะที่ช่อดอกยาว 5-10 ซม.(สัปดาห์ที่ 3-5) ตัดให้เหลือ 1 ช่อต่อหนึ่งจุด (โดยให้แต่ละช่อห่างกัน 10-15 ซม.)แล้ว เลือกตัดช่อบริเวณปลายกิ่งที่มีขนาดเล็ก(เส้นผ่าศูนย์กลางน้อยกว่า 3 ซม.) ช่อที่ชี้ขึ้นบน ช่อที่สั้นและไม่สมบูรณ์ออก จำนวนช่อต่อต้นขึ้นกับขนาดทรงพุ่ม อายุ ความสมบูรณ์ของต้น
10.การตัดแต่งช่อผล
-ควรทำเมื่อผลลองกองมีอายุ 2-3 สัปดาห์หลังดอกบาน ตัดช่อที่มีผลร่วงมาก และช่อที่ผลเจริญเติบโตช้า ควรตรวจช่อผล ถ้าหากมีผลแตกหรือผลที่แคระแกรน ควรเด็ดออกเพื่อให้ผลในช่อมีขนาดสม่ำเสมอ
11.การกำจัดวัชพืช
-ควรใช้วิธีการตัดหรือถากขุดหรือถอนหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมี
12.การเก็บเกี่ยว 
-ช่วงอายุที่เหมาะสมกับการเก็บ คือช่วงที่ผลลองกองแก่พร้อมที่จะเก็บหลังจากดอกบาน 12-13  สัปดาห์วิธีการเก็บผลผลิตควรใช้กรรไกรตัดช่อผลเพื่อไม่ให้กิ่งช้ำ ช่อดอกที่เจริญในปีต่อไปจะไม่ถูกทำลาย
ข้อมูลอ้างอิง :  https://www.rakbankerd.com