สพด.อุทัย ชี้เกษตรยั่งยืนต้องปลูกพืชผสมผสาน สู่การสร้างรายได้

สพด.อุทัย ชี้เกษตรยั่งยืนต้องปลูกพืชผสมผสาน สู่การสร้างรายได้

สถานีพัฒนาที่ดินอุทัยธานี แนะเกษตรกรเติมอินทรีย์วัตถุให้แก่ดิน พร้อมสนับสนุนบ่อน้ำจิ๋ว เพื่อทำการเกษตรแบบผสมผสาน เป็นแหล่งอาหารกระทั่งส่งขาย สร้างรายได้ให้ครอบครัว

การทำเกษตรแบบผสมผสานหรือการทำไร่นาสวนผสมนั้นไม่มีคำจำกัดความ แต่จะมุ่งเน้นในการพึ่งพาตนเองและปลูกพืชหลากหลายชนิด โดยไม่มีการเจาะจงชนิดพืชที่ปลูก เพื่อให้พืชได้เกื้อกูลซึ่งกันและกัน เป็นการอาศัยหลักการความสัมพันธ์ระหว่างพืช สิ่งมีชีวิตและจุลินทรีย์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในระบบนิเวศตามธรรมชาติมาจัดการและปรับใช้ในระบบการเกษตร เช่น ปลูกตาลโตนดในนาข้าว ปลูกพริกไทยร่วมกับมะพร้าว ปลูกพืชไร่ผสมกับถั่ว ปลูกทุเรียนร่วมกับสะตอ ปลูกระกำในสวนยาง เป็นต้น โดยที่ยิ่งมีความหลากหลายของพืชปลูกมากเท่าใด ก็จะสามารถเพิ่มเสถียรภาพให้กับระบบมากขึ้นเท่านั้น รูปแบบการเกษตรผสมผสานช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโดยลดความเสี่ยงและความไม่แน่นอนของรายได้ เนื่องจากมีความหลากหลายในกิจกรรมการผลิต ทั้งปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ ทำให้รายได้ครัวเรือนมาจากหลายกิจกรรมและสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอ ค่าใช้จ่ายลดลง รวมทั้งลดการพึ่งพิงปัจจัยการผลิตภายนอก

นางประนอม ทองงาม หมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน หมู่ที่ 4 ต.ดอนขวาง อ.เมือง จ.อุทัยธานี กล่าวว่า เดิมตนเคยประสบปัญหาความแห้งแล้ง สามารถทำการเกษตรโดยการปลูกข้าวได้ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ดินมีสภาพแห้งแล้ง ปลูกพืชชนิดอื่นไม่ได้เพราะไม่มีน้ำที่เพียงพอ แต่ตนเองมีความต้องการที่จะปลูกพืชแบบผสมผสาน กรมพัฒนาที่ดินจึงได้เข้ามาสนับสนุนในเรื่องของแหล่งน้ำในไร่นาหรือบ่อจิ๋ว ทำให้ในแปลงเกษตรกรรมเริ่มที่จะมีการกักเก็บน้ำเอาไว้ใช้ในหน้าแล้ง และสามารถปลูกพืชใช้น้ำในการปลูกพืชผักได้อีกด้วย

นายตระกูล นามโลมา ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินอุทัยธานี กล่าวว่า ในพื้นที่ของนางประนอมนั้น เมื่อมีแหล่งน้ำแล้วก็ต้องพัฒนาดินควบคู่กันไปด้วย จากการตรวจวิเคราะห์ดินเบื้องต้น พบว่าพื้นที่ต้องใช้การปรับปรุงบำรุงดินด้วยโดโลไมท์ ด้วยการขุดหลุมแล้วนำดินกลบรดด้วยน้ำ หลังจากนั้นทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 วัน จึงจะสามารถปลูกพืชในหลุมที่ขุดเอาไว้ได้ สถานีพัฒนาที่ดินแนะนำให้เกษตรกรปลูกพืชที่โตเร็ว ตายยาก เช่น กล้วย และค่อยๆเริ่มปรับปรุงดินโดยการเติมอินทรีย์วัตถุให้แก่ดินด้วยเทคโนโลยีการพัฒนาที่ดินด้วยจุลินทรีย์ เช่น การทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ จากมูลสัตว์ เศษซากพืชแห้งและจุลินทรีย์สารเร่งซุปเปอร์ พด. 1 กลับกองแล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 45 วันแล้วใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี หลังจากการเริ่มต้นเมื่อปลูกพืชผักแล้วให้ใช้น้ำหมักชีวภาพ ผลิตจากผัก และผลไม้อวบน้ำ กากน้ำตาลและจุลินทรีย์ สารเร่งซุปเปอร์ พด. 2 ผสมน้ำและฉีดพ่นเพื่อบำรุงต้นพืชให้เจริญเติบโตได้ดี หากมีแมลงศัตรูพืชรบกวนให้ผลิตสารไล่แมลงด้วยสมุนไพรที่มีฤทธิ์เผ็ดร้อน และมีรสขม หมักกับกากน้ำตาลและจุลินทรีย์ สารเร่งซุปเปอร์ พด. 7 ผสมน้ำและฉีดพ่นเป็นประจำเพื่อขับไล่แมลง นอกจากนี้ยังแนะนำให้ปลูกหญ้าแฝกเพื่อรักษาความชื้นในดินให้คงอยู่ได้นานยิ่งขึ้น รากของหญ้าแฝกทำให้ดินไม่แข็ง รากพืชหยั่งลึกหาธาตุอาหารได้ดี

ทั้งนี้เมื่อเกิดผลผลิตจากกิจกรรมการเกษตรที่หลากหลาย จึงทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม มีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แบ่งปันผลผลิตให้เพื่อนบ้าน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันและสามารถขยายเครือข่ายการทำการเกษตรดังกล่าวให้แพร่หลายไปสู่ระดับชุมชนได้ต่อไป

การปลูกพืชผสมผสานของนางประนอมช่วยให้ไม่ต้องออกไปทำงานต่างถิ่น เพราะมีแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งผักสวนครัว ผลไม้ ทั้งกล้วย มะละกอ มะม่วง ปลาหลายสายพันธุ์จากในบ่อ หากเหลือจากบริโภคก็จะแจกจ่าย โดยแปลงเกษตรของเธอสร้างรายได้ให้ถึง 300 – 500 บาท ต่อวัน ถือว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จด้วยแผ่นดินที่อาศัย แม้ไม่ได้สร้างเม็ดเงินจนร่ำรวย แต่เป็นการดำเนินชีวิตด้วยความสุขบนแผ่นดินทอง.



ที่มา: ไทยรัฐ