สทน.ติดตั้งเครื่องฉายรังสีอิเล็กตรอน เพื่อพัฒนาคุณภาพผลไม้ไทยในตลาดสหรัฐฯ

สทน.ติดตั้งเครื่องฉายรังสีอิเล็กตรอน เพื่อพัฒนาคุณภาพผลไม้ไทยในตลาดสหรัฐฯ

ดร.หาญณรงค์ ฉ่ำทรัพย์ รอง ผอ.สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (สทน.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า เนื่องจากปัญหาแมลงศัตรูพืชที่มักปะปนอยู่ หลายประเทศจึงใช้ข้อกำหนดบังคับให้สินค้าไทยต้องผ่านการฉายรังสี เพื่อควบคุม กำจัด และ หยุดการแพร่พันธุ์ของแมลงศัตรูพืช เพื่อแก้ไขปัญหาการกีดกันนำเข้าอาหาร สมุนไพร และผลไม้ส่งออกของไทยหลายชนิดในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป รัฐบาลจึงได้อนุมัติงบประมาณ 600 ล้านบาท เพื่อให้ศูนย์ฉายรังสี สทน.ขยายโรงงานศูนย์ฉายรังสีที่คลอง 5 ในพื้นที่เทคโนธานี จ.ปทุมธานี โดยโรงงานฉายรังสีแห่งใหม่ติดตั้งเครื่องฉายรังสีอิเล็กตรอน ซึ่งจะให้พลังงานอิเล็กตรอนไม่เกิน 10 ล้านอิเล็กตรอนโวลต์ ให้รังสีเอ็กซ์พลังงาน 5 ล้านอิเล็กตรอนโวลต์ ขณะนี้กำลังทดลองเดินเครื่อง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2563 หากแล้วเสร็จจะทำให้ศูนย์ฉายรังสีมีขีดความสามารถในการฉายรังสีด้วยรังสีแกมมาจากเครื่องฉายรังสีที่มีโคบอลต์-60 รังสีอิเล็กตรอนและรังสีเอ็กซ์ จากเครื่องฉายรังสีอิเล็กตรอนพลังงานสูง สามารถให้บริการฉายรังสีอาหาร ผลิตผลทางการเกษตร และเครื่องมือแพทย์ ปัจจุบัน ศูนย์ฉายรังสีได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับโลก สามารถฉายรังสีผลไม้ส่งออก 7 ชนิด เช่น ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง มังคุด สับปะรด เงาะ และแก้วมังกร ส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาส่วนที่สหภาพยุโรปได้ประกาศรับรองโรงฉายรังสีอาหารของ สทน. สินค้าที่ส่งออกไปได้คือ สมุนไพรและเครื่องเทศ ล่าสุดประเทศออสเตรเลียได้อนุญาตให้นำเข้าผลไม้ไทยฉายรังสี 2 ชนิด คือ ลำไยและลิ้นจี่ คาดว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าการส่งออกเฉพาะออสเตรเลียได้ไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาทต่อปี

ดร.หาญณรงค์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันไทยมีอาหารฉายรังสีมากกว่า 40 ชนิด ที่ได้รับอนุญาตให้ส่งออกไปขายได้ใน 37 ประเทศ.

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์