แนะเพิ่มช่องทางตลาดอินทรีย์ เปิดผลศึกษาผู้บริโภค38%ไม่เคยซื้อ/ชี้หายาก-ราคาแพง

แนะเพิ่มช่องทางตลาดอินทรีย์ เปิดผลศึกษาผู้บริโภค38%ไม่เคยซื้อ/ชี้หายาก-ราคาแพง

แนะเพิ่มช่องทางตลาดอินทรีย์ เปิดผลศึกษาผู้บริโภค38%ไม่เคยซื้อ/ชี้หายาก-ราคาแพง

จากการติดตามผลในกลุ่มตัวอย่าง 3,356 ตัวอย่าง ทุกจังหวัดทั่วประเทศ พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ซึ่งเป็นหญิง 65% และเป็นชาย 35% ซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ ประเภทสินค้าผักสด 46% ผลไม้ 26% ข้าว 21% ธัญพืช/สมุนไพร 4% เนื้อสัตว์/ไข่ 2% และอื่นๆ 1% ผู้บริโภค 62% เคยซื้อสินค้าอินทรีย์ โดยซื้อเป็นอาหารสด อาหารพร้อมปรุงกึ่งสำเร็จรูป อาหารสำเร็จรูป และอาหารแช่แข็ง สาเหตุหลักตัดสินใจเลือกซื้อ เนื่องจากมีความมั่นใจในตรารับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ว่าปลอดภัยกว่าสินค้าทั่วไป และมั่นใจว่าปราศจากสารพิษและสารเคมี แหล่งที่เลือกซื้อ ได้แก่ ตลาดสดปกติทั่วไป 35% ตลาดนัดทั่วไป 25% ตลาดเกษตรอินทรีย์ 18% และตลาดโมเดิรน์เทรด 10% และตลาดอื่นๆ 12% ขณะที่ผู้บริโภคอีก 38% ที่ไม่เคยซื้อสินค้าเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากสินค้าเกษตรอินทรีย์มีราคาแพงกว่าสินค้าทั่วไป หาซื้อค่อนข้างยาก วางจำหน่ายไม่ต่อเนื่อง และประเภทสินค้าเกษตรอินทรีย์มีให้เลือกไม่หลากหลาย

ฉะนั้น ภาครัฐควรพัฒนาช่องทางตลาดให้มากขึ้นต่อไป โดยเฉพาะการส่งเสริมการผลิตอาหารอินทรีย์ในรูปของอาหารสด และจัดหาช่องทางการจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ในตลาดปกติทั่วไป เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถหาซื้อได้สะดวกขึ้น ตลอดจนประชาสัมพันธ์ถึงคุณประโยชน์และข้อดีของการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ ซึ่งจะเป็นช่องทางการเพิ่มสัดส่วนของผู้บริโภคภายในประเทศ

ทั้งนี้ ผลการศึกษาพฤติกรรมบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์ ของ สศท.9เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาแนวทางการพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ที่ สศก. จะจัดทำ เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพการตลาดเกษตรอินทรีย์ภายในประเทศให้มากขึ้น