สวนยางผสมผสาน ปลดหนี้ได้ไม่มีจน

“การทำเกษตรแบบผสมผสาน เกษตรทฤษฎีใหม่ มีข้อดีหลายด้าน ทั้งความหลากหลายของแหล่งรายได้ เห็นได้ชัดจากวิกฤติราคายาง ชาวสวนยาง อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เพราะมีรายรับจากผลผลิตที่หลากหลายมาช่วยจุนเจือครอบครัว ทั้งรายวัน รายเดือน รายปี”

นายพนัสพล โกสิยาภรณ์ ผอ.การยางแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย (กยท.จ.เชียงราย) เล่าว่า ชาวสวนยางใน อ.เวียงเชียงรุ้ง ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ กยท.มาตั้งแต่ปี 2554 ได้รับการสนับสนุน 26 ราย ทั้งช่วยด้านต้นทุนแล้วยังเข้าไปช่วยเสริมองค์ความรู้ จัดหาพืชที่เหมาะมาปลูกร่วมกับต้นยาง ที่เหมาะกับภูมิภูมิประเทศเพื่อช่วยให้ได้ผลผลิตน้ำยางมากขึ้น ทั้งแนะนำเทคนิคการกรีดเพื่อให้คุณภาพยางดีเหมาะกับตลาด

“ยึดอาชีพเกษตรกรมาตั้งแต่เกิด เมื่อก่อนทำนาเป็นอาชีพหลัก มีรายจ่ายมากกว่ารายรับทำให้เป็นหนี้ ปี 2547 สมัครเข้าโครงการยางล้านไร่ ปลูกยางพารา 15 ไร่ พร้อมกับทำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแบบที่ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสอนไว้ มีบ่อเลี้ยงปลา 3 ไร่ เป็นที่มาของรายได้หลัก เลี้ยงไก่ไข่บนบ่อปลา ปลูกบัวเก็บฝัก และปลูกพืชผักหลายชนิด ขึ้นฉ่าย ผักชี บวบ ข้าวโพด มีไม้ผล ทุเรียน มะพร้าว ไว้กินเองและเก็บขาย

” สิงห์คำ วันดี ชาวสวนยางในพื้นที่ พูดถึงความสำเร็จในการทำสวนยางแบบผสมผสาน…ส่งผลให้ปัจจุบันปลดหนี้ได้จนไร้หนี้ เพราะแค่ขายผัก มีรายได้เป็นรายวัน อย่างต่ำวันละ 500 บาท มีรายได้ขายปลาเดือนละ 10,000 บาท และขายยางก้อนถ้วยอีกปีละ 80,000 บาท

รวมๆแล้วปีละ 200,000 บาท โดยไม่ต้องไปกู้เงินจากใครเลย…ทำมาหากินได้ทุกวันนี้แทบไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรเลย เพราะต้นทุนทุกอย่าง กยท.จัดให้ทั้งหมด สิงห์คำให้ข้อคิด ถึงเพื่อนชาวสวนยางที่ยังเป็นหนี้…การกู้เงินทำได้ แต่ต้องรู้จักบริหารเงินให้งอกเงย และต้องประหยัดอดออม อดทน ต้องลดต้นทุนซื้อปุ๋ย ยาฆ่าแมลง เปลี่ยนมาใช้เศษพืช และมูลสัตว์หมุนเวียนในสวนจะประหยัดเงินได้มาก



ต้องวางแผนไว้ทั้งปีด้วยว่า…ช่วงไหนผลผลิตอะไรเก็บเกี่ยวได้ ไม่ต้องเร่งเก็บเกี่ยว จะทำให้เราได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ เก็บมาได้เท่าไหร่มีแม่ค้ามารอรับซื้อหมด “ทุกวันนี้มีความสุขมาก ไม่ต้องพึ่งพาใคร ผมพร้อมที่จะช่วยถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ให้คนที่มาเที่ยวชมสวนอย่างฟรีๆ เพราะอยากให้สวนแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร” เป็นความฝันเล็กๆ ที่ สิงห์คำ อยากให้กลายเป็นเรื่องจริง.

ไซยรัตน์  ส้มฉุน

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์