ตีกลับแผนพัฒนาสะพานปลากรุงเทพ

นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังหารือกับองค์การสะพานปลา (อสป.) ว่า ตนได้สั่งตีกลับแผนปรับปรุงโครงการพัฒนาสะพานปลากรุงเทพ วงเงิน 650 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าไม่สมควรใช้งบประมาณของรัฐบาลตามที่ อสป.เสนอขอมาที่กระทรวงเกษตรฯ เนื่องจาก อสป.เป็นหน่วยงานที่มีรายได้ และให้ อสป.ไปหารือกับกระทรวงการคลัง เรื่องการอนุมัติกู้ยืมเงิน โดยใช้สินทรัพย์ค้ำประกันเป็นที่ดินที่จังหวัดสมุทรปราการ หากกระทรวงการคลังเห็นชอบกับเเนวทางดังกล่าวค่อยกลับมามาหารือกับตนอีกครั้งหนึ่ง นายมานพ กาญจนบุรางกูร ผู้อำนวยการองค์การสะพานปลา (อสป.) กล่าวว่า โครงการพัฒนาสะพานปลากรุงเทพ จะใช้พื้นที่ของ อสป.ซึ่งเป็นที่ดินของกรมธนารักษ์ อยู่ติดริมน้ำเจ้าพระยา เขตสาทร จำนวน 8 ไร่ เพื่อพัฒนาสะพานปลาให้เป็นศูนย์กลางตลาดสัตว์น้ำและผลิตภัณฑ์ประมงไทย ตามมาตรฐานสากล รวมทั้งยกระดับมาตรฐานสุขอนามัย ในส่วนของตลาดกลางสัตว์น้ำและสินค้าสัตว์น้ำ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของคนกรุงเทพฯ เหมือนกับตลาดปลาซึกิจิ ประเทศญี่ปุ่น

ขณะเดียวกัน นายกฤษฎายังได้กล่าวหลังการหารือร่วมกับสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย และสมาคมสมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทยว่า มาตรการแก้ไขปัญหาราคากุ้งตกต่ำ ที่กรมประมงขอให้สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งให้รับซื้อกุ้งจากเกษตรกรระหว่างวันที่ 25 พ.ค.-23 ก.ค.นี้ โดยตั้งเป้ารับซื้อรวม 10,000 ตัน ในราคาที่กำหนดขนาด 100 ตัวต่อกิโลกรัม (กก.) ราคา 120 บาท พบว่าช่วงที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้ราคากุ้งในตลาดปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าราคารับซื้อของสมาคมแช่เยือกแข็งทำให้เกษตรกรไม่สนใจนำกุ้งเข้ามาขายให้กับโครงการ โดยปัจจุบันสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งรับซื้อได้เพียง 195 ตันเท่านั้น แต่เพื่อรักษาเสถียรภาพราคากุ้งที่ประชุมจึงขอให้สมาคมประกาศรับซื้อกุ้งตามโครงการดังกล่าวให้ครบตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ 10,000 ตัน.

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์