สหกรณ์การเกษตรบ้านสร้าง จำกัด ส่งเสริมสมาชิกเลี้ยงกุ้งร่วมกับปลานิล สร้างรายได้ยั่งยืน

เดิมสมาชิกของสหกรณ์การเกษตรบ้านสร้าง จำกัด อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี ประกอบอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก แต่เนื่องจากสภาพพื้นที่เพาะปลูกไม่เหมาะสมประกอบกับต้นทุนปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น อีกทั้งราคาข้าวยังมีความผันผวนตลอดเวลา สหกรณ์การเกษตรบ้านสร้าง จำกัด จึงได้นำกระบวนการสหกรณ์มาผนวกกับนโยบายของรัฐบาล ส่งเสริมให้สมาชิกปรับเปลี่ยนจากการประกอบอาชีพทำนามาเป็นการเลี้ยงพันธุ์สัตว์น้ำแทนเนื่องจากสภาพพื้นที่มีความเหมาะสมมากกว่า

นายสุรพล วงศ์พันธ์เสือ ประธานกรรมการ สหกรณ์การเกษตรบ้านสร้าง จำกัด กล่าวว่า การเลี้ยงปลานิลร่วมกับกุ้งนั้น เริ่มมาจากระยะแรกสหกรณ์ส่งเสริมให้สมาชิกทำบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากเกิดโรคระบาด ต่อมาสมาชิกสหกรณ์ที่ลงทุนทำบ่อกุ้งไปแล้ว จึงพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส นำพันธุ์ปลานิลมาปล่อยในบ่อกุ้ง เพื่อทำเป็นบ่อปลา ปรากฏว่าสามารถจับได้ทั้งปลานิลและกุ้งขึ้นมาจำหน่าย สร้างรายได้ให้กับสมาชิกเป็นอย่างดี จากนั้นสหกรณ์จึงประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ความรู้ ขยายผลไปสู่สมาชิกรายอื่นๆ พร้อมกับรับนโยบายรัฐเข้ามาบูราณาการเกิดเป็นโครงการแปลงใหญ่เกษตรสมัยใหม่ปลานิลร่วมกับกุ้ง โดยคัดเลือกสมาชิกที่มีความพร้อมเข้าร่วมโครงการ จำนวน 15 ราย เนื้อที่ 548 ไร่

สำหรับผลที่ได้รับจากการเลี้ยงปลานิลร่วมกับกุ้งนั้น สามารถสร้างรายได้ดีกว่าการเลี้ยงกุ้งหรือเลี้ยงปลานิลเพียงอย่างเดียว โดยสหกรณ์ได้ส่งเสริมให้สมาชิกเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม ซึ่งระหว่างรอปลานิลเจริญเติบโตได้ขนาด ก็สามารถเลี้ยงกุ้งได้ถึง 3 รอบ เพราะกุ้งใช้ระยะเวลา 3 เดือนก็สามารถจับขายได้ สมาชิกลงทุนเฉพาะซื้อลูกพันธุ์กุ้ง จำนวน 30,000 ตัว ต้นทุนอยู่ที่ 1,050 บาทต่อการเลี้ยง 1 รอบ สามารถจับกุ้งได้ประมาณ 80-90 กิโลกรัม จำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 100 บาท สร้างรายได้ 8,000-9,000 บาท ซึ่งใน 1 ปี สมาชิกจะมีรายได้หักต้นทุนแล้ว 20,850-23,850 บาท และรายได้จากปลานิล หากเลี้ยงในบ่อขนาด 10 ไร่ จะมีรายได้ประมาณ 140,000-160,000 บาท รวมแล้วสมาชิกจะมีรายได้เกือบ 200,000 บาทต่อปีเลยทีเดียว

ด้านนายสันติ ชูศรี สมาชิกสหกรณ์การเกษตรบ่อสร้าง จำกัด กล่าวว่า เมื่อก่อนเลี้ยงปลาอย่างเดียว ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงค่อนข้างนานกว่าจะจับขายได้ ส่งผลให้มีต้นทุนสูง แต่หลังจากนำกุ้งมาเลี้ยงร่วมด้วย ทำให้มีรายได้จากการขายกุ้ง ระหว่างรอปลานิลโตได้ขนาดจนจับขายได้ และหลังจากที่ได้มาเข้าร่วมโครงการเกษตรแปลงใหญ่ ทางสหกรณ์ก็มีทุนมาช่วยเหลือสมาชิก ในรูปแบบของการให้สมาชิกซื้ออาหารเงินเชื่อได้ ทำให้ไม่ต้องไปหากู้เงินจากที่อื่นมาซื้ออาหาร ลดปัญหาหนี้สิน ส่งผลให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ระบบสหกรณ์ถือเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยฟื้นฟูและยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกให้ดีขึ้น เพียงแค่สมาชิกมีความมุ่งมั่นและตั้งใจ ดำเนินงานตามแนวทางของสหกรณ์ ซึ่งสหกรณ์จะคอยเป็นพี่เลี้ยงเคียงข้างสมาชิก เพื่อสร้างอาชีพและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนสู่สมาชิกต่อไป

ที่มา: แนวหน้าออนไลน