3ชาติยางรายใหญ่เข็น6มาตรการ เร่งถ่วงดุลตลาดรับซื้อ-ดึงเวียดนามเสริมทัพ

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า 3 ประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติรายใหญ่ของโลก คือ ประเทศไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้มีการประชุมสภาไตรภาคียางระหว่างประเทศ (ITRC) ในระดับรัฐมนตรี ประจำปี 2560 ที่กรุงเทพฯ โดยที่ประชุมมีข้อตกลงร่วมกันจำนวน 6 ข้อในการร่วมกันพัฒนายางทั้งระบบ เพื่อแก้ปัญหาราคายางผันผวน และรับมืออิทธิพลของตลาดผู้รับซื้อในประเทศต่างๆ ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ ที่ส่งผลกระทบต่อราคายางในขณะนี้ ประกอบด้วย

1.ส่งเสริมด้านอุปสงค์ เพิ่มปริมาณการใช้ยาง ซึ่งทั้ง 3 ประเทศมีข้อตกลงร่วมกันที่จะพยายามส่งเสริมการใช้ยางในประเทศของตนเองให้เพิ่มมากขึ้นปีละ 10% โดยจะนำไปใช้ในการพัฒนาและดำเนินงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการขนส่ง ด้านโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ด้านกีฬาและสุขภาพ ตลอดจนด้านการแปรรูปเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค โดยให้ความสำคัญในการพัฒนางานวิจัยและส่งเสริมนวัตกรรมทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงร่วมกันที่จะการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญในการใช้ยางธรรมชาติของแต่ละประเทศสำหรับก่อสร้างถนนและการปูพื้นผิวถนนใหม่

2.การจัดตั้งตลาดยางพาราระดับภูมิภาค (ITRC Regional Rubber Market : RRM) จากในปัจจุบันที่ตลาดอยู่ในลักษณะตลาดรูปแบบ spot trading เป็นตลาดซื้อขายจริงและส่งมอบจริง เพื่อให้สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง สามารถขายผลผลิต ในรูปแบบต่างๆ ไปยังผู้ใช้ยางได้โดยตรง และในอนาคตทั้ง 3 ประเทศมีความเห็นร่วมกันว่า จะหาแนวทางในการพัฒนาให้เป็นตลาดการซื้อขายล่วงหน้า เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุน และผู้สนใจได้เข้ามาซื้อขายผลผลิตจากสถาบันเกษตรกรโดยตรงมากยิ่งขึ้น

3.การบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบผ่านโครงการการจัดการอุปทาน (Supply Management Scheme : SMS) เป็นมาตรการระยะที่จะลดปริมาณผลผลิตและพื้นที่ปลูกช่วงปี พ.ศ. 2560-2568 เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการใช้และปริมาณผลผลิต เป็นมาตรการเข้มข้นที่ประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติจะต้องร่วมมือกัน ส่งผลให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้น จะสร้างความมั่นใจในการจัดหายางธรรมชาติให้กับผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

4.มาตรการจำกัดปริมาณการส่งออกยาง (Agreed Export Tonnage Scheme : AETS) เป็นมาตรการที่ 3 ประเทศผู้ผลิตยางธรรมชาติจะนำมาใช้ทันที หากการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ราคายางพบว่า ปรับตัวลดลงจนน่าเป็นห่วง ทั้งนี้เพื่อช่วยกระตุ้นราคายางให้ปรับตัวสูงขึ้น

5.การรับประเทศเวียดนามเข้าเป็นสมาชิกสมทบ ITRC ซึ่งเวียดนาม ถือว่าเป็นประเทศผู้ผลิตยางรายใหม่ของโลกที่มีผลผลิตค่อนข้างสูง ฉะนั้น การเข้ามามีส่วนร่วมของเวียดนามจะช่วยเพิ่มบทบาทของ ITRC ในการสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมยาง

6.การหาแนวทางใหม่เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง ทั้ง 3 ประเทศต่างมองร่วมกันว่า ในอนาคตจะปรับกลยุทธ์ในการหารือกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อหาแนวทางสร้างรายได้อย่างยั่งยืน และเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

นายธีธัช สุขสะอาด ผู้ว่าการ การยางแห่งประเทศไทย(กยท.) กล่าวในตอนท้ายว่า ในการประชุมรัฐมนตรีสภาไตรภาคียางพารา ประจำปี 2560 ที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพในครั้งนี้ประสบผลสำเร็จอย่างน่าพอใจ ซึ่งประเทศสมาชิกทั้ง 3 ประเทศ ต่างฝ่ายต่างผลักดันให้เกิดความร่วมมือในการรักษาเสถียรภาพราคายางให้มีความมั่นคง และจะร่วมมือกันพัฒนาอุตสาหกรรมยางให้มีอย่างยั่งยืน

 

ที่มา :แนวหน้าออนไลน์