ปลูกแตงโมไร้เมล็ดนครพนมโกอินเตอร์ ชาวสวนส่งขายห้างค้าปลีกทำเงินปีละ 60 ล้าน

เมื่อวันที่ 10 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรชาวสวนแตงโม อ.ศรีสงคราม จ.นครพนม กำลังเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตแตงโมไร้เมล็ดจำนวนมาก ออกสู่ตลาดในต้นฤดูหนาวอย่างเป็นลำเป็นสัน เพื่อลำเลียงสู่ตลาดในภาคกลาง ภาคใต้ รวมทั้งกระจายผลลิตตลาดในค้าแหล่งกระจายสินค้าชื่อดังในห้างโลตัส แม็คโคร ภายใต้ชื่อ “ท็อปซุปเปอร์มาเก็ต” จำนวนมากถึง 6,000 ตัน ทำเงินให้เครือข่ายเกษตรกรในเครือข่ายมูลค่าสูงถึง 60-80 บาทล้านต่อปี
นายพรชัย บุพศิริ อายุ 38 ปี เกษตรกรชาวสวนแตงโม ต.นาคำ กล่าวว่า ลงมือปลูกแตงโมพันธุ์ซอนญ่า และแตงโมลูกผสมพันธุ์แฮปปี้ไร้เมล็ดจำนวน 12 ไร่ ที่บ.เหล่า หมู่ 14 ต.นาคำ เริ่มลงมือเตรียมดินปลูกเดือนก.ย. ปลูกดูแลแบบให้น้ำเช้า-เย็นใช้ระบบน้ำหยดปลอดสารพิษ จนแตงโมมีอายุนาน 4 เดือน จึงเก็บผลผลิตขายในต้นเดือนพ.ย. ได้ผลผลิต 3,500 กิโลกรัม ขายหน้าสวนกิโลกรัมละ 15 บาท มีพ่อค้าจากหลายจังหวัดนำรถกระบะมารับซื้อถึงจุดกระจายสินค้า ริมทางหลวงสายศรีสงคราม-ท่าอุเทน กันอย่างคึกคัก
นายพรชัย กล่าวต่อว่า แตงโมแต่ละลูกที่ปลูกจะมีน้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 3-6 กิโลกรัม บางลูกที่โตเต็มที่มีน้ำหนักมากถึง 8-10 กิโลกรัม ในขณะที่ต้นทุนปลูกตก 1,200-1,500 บาท คาดผลผลิตปีนี้จะสามารถสร้างเงินเป็นกอบเป็นกำให้เกษตรชาวสวน เพราะมีรสชาติหวานกรอบ มีกลิ่นหอม ไร้เมล็ด ลูกที่คัดเกรดเอ เนื้อแน่น ไส้ไม่แตกไส้ไม่ล้ม หากใช้มือตบจะมีเสียงดังก้อง เฉพาะสวนของตนจะทำรายได้มากถึง 450,000 บาทต่อรุ่นในช่วงนี้

ด้านนางเตือนใจ บุพศิริ อายุ 46 ปี ประธานเครือข่ายผู้ปลูกแตงโม อ.ศรีสงคราม เปิดเผยว่า มีเกษตรกรเครือผู้ปลูกกระจายในพื้นที่ อ.ศรีสงคราม อ.บ้านแพง อ.ท่าอุเทน อ.นาหว้า อ.ปลาปาก และในพื้นที่ จ.มหาสารคาม จ.ขอนแก่น และจ.ราชบุรี รวม 850 ไร่ ผลผลิตเครือข่ายจะทยอยออกสู่ตลาดเว้นระยะ 10 วัน ชาวสวนทำมานานร่วม 20 ปี จนได้รับรองสินค้าเกษตรปลอดภัย GAP จากกระทรวงเกษตรฯ

นางเตือนใจ กล่าวต่อว่า คาดว่าปีนี้มีผลผลิตจะออกสู่ตลาดใหญ่ท็อปซุปเปอร์มาเก็ต เพื่อกระจายไปสู่ห้างค้าปลีกโลตัส แม็คโคร ตลาดไทย ตลาดสี่มุมเสือง ตลาดกลาง จ.พิษณุโลก และตลาดหัวอิฐ จ.นครศรีธรรมราช มีมูลค่าการตลาดทำเงินหมุนเวียนตกสู่เกษตรกรผู้ปลูกสูงถึงปีละ 60-80 ล้านบาท
ด้านนายกนก ศรีวิชัยนันท์ นายกอำเภอศรีสงคราม กล่าวว่า แตงโมถือเป็นสินค้าเกษตร OTOP ชื่อดังของอำเภอไปแล้ว มีผู้ปลูกกระจายในหลายตำบล สามารถส่งออกไปห้างค้าปลีกยักษ์หลายแห่งจนมีชื่อเสียงโกอินเตอร์มานานกว่า 20 ปีแล้ว เพราะไม่มีสารตกค้าง ซึ่งจะได้ส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูก เพราะเป็นพืชใช้น้ำน้อยในฤดูแล้งระยะสั้นผักน้ำ ผักบุ้ง ผักกระเฉด รวมทั้งพริก มะเขือ ใช้เวลา 70-75 วัน ก็เก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว

ข้อมูลที่มา : เทคโนโลยีชาวบ้าน