ไขประโยชน์ ‘กล้วยหอมทอง’ สหกรณ์ฯ ท่ายาง สบช่องลุยตลาด

รู้หรือไม่! ‘กล้วยหอมทอง’ ลูกใหญ่จับเต็มมืออันเปี่ยมด้วยคุณค่า ที่ขายตามร้านสะดวกซื้อวันละแสนลูกนั้น มีต้นกำเนิดจากสวนกล้วยที่มีการปลูกแบบไร้สารเคมี และเติบโตตามธรรมชาติ โดยเกษตรกรใน อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี นี่เอง…

ใครหลายคนคงสงสัยว่า ‘กล้วยหอมทอง’ ลูกยาว ใบใหญ่ ใส่ในถุง จับเต็มมือ ที่ขายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น มีที่มาอย่างไร ก่อนที่จะมาวางจำหน่าย มันเป็นกล้วยนำเข้า หรือ ผลไม้จากสวนที่ไหน รวมทั้งกล้วยที่กินกันทุกวัน มันมีประโยชน์อะไรอีกบ้าง นอกเหนือจากช่วยทำให้อิ่มท้อง ครั้งนี้ ‘ทีมข่าวเศรษฐกิจไทยรัฐออนไลน์’ พาบุกสวนกล้วยหอมทอง ต้นกำเนิดของกล้วยหอมที่วางขายอยู่ในเซเว่น อีเลฟเว่น ในอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ตามไปดูกันดีกว่า

นายพุฒิภูมิ ทองประเสริฐ เกษตรกรสวนกล้วย ที่เปิดเผยให้ทีมข่าวฟัง ว่า ก่อนหน้าที่จะปลูกกล้วย เคยปลูกพืชล้มลุกมาหลากหลายชนิด วิ่งหาตลาดรับซื้อ ขาดทุนบ้าง หันมาปลูกกล้วย ก็เจออุปสรรคที่คนปลูกทุกคนย่อมเคยเจอ คือ โรคที่มากับใบไม้ เป็นเชื้อราชนิดหนึ่ง ส่งผลให้กล้วยมีจุดดำๆ ผลไม่สวย ต้องคอยดูแลตัดแต่งใบ ป้องกันการลุกลามสู่ผล แต่ทั้งนี้ ก็ยังมองว่า หากศึกษาข้อมูลดีๆ การดูแลกล้วยนั้นก็ไม่ยากจนเกินไป ดูแลรักษาง่ายกว่าพืชบางชนิด แถมคุณประโยชน์มากมาย ซึ่งในขณะนี้ มีพื้นที่ปลูกรวม 10 ไร่ ต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาท ส่วนราคาอยู่ที่ กิโลละ 13 บาท

 การปลูกกล้วย เน้นปลูก เน้นดูแลรักษาแบบปลอดสารพิษ แม้ว่า ผลผลิตที่ได้จะน้อยกว่าแบบที่ใช้สารเคมี แต่ไม่ถึงขั้นส่งผลกระทบ แต่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ทั้งตัวผู้บริโภคเอง และตัวคนปลูกเองที่จะไม่เจ็บป่วยจากการสูดดม หรือ รับประทานสารเคมีจำนวนมาก

“การมีสหกรณ์ดูแล ให้คำแนะนำ เป็นสื่อกลางรับซื้อ อย่างน้อยที่สุด ก็ไม่ต้องทำให้ดิ้นรนหาตลาดเพื่อส่งขาย หรือ ตระเวนขายเหมือนที่ผ่านมา” เกษตรกรสวนกล้วย กล่าว

จุดเด่นของกล้วยหอมทองประจำท้องถิ่นท่ายาง คือ มีกลิ่นหอม รสชาติหวาน มีเนื้อละเอียดกว่าที่อื่น เพราะมีกรรมวิธีการปลูกที่แตกต่าง โดยใช้หน่อพันธุ์แท้เท่านั้น นอกจากนี้ ทำเลในการเพาะปลูกยังเป็นดินที่แร่ธาตุดี น้ำอุดมสมบูรณ์ จึงเจริญเติบโตดี

 สำหรับน้ำที่นำมาใช้เพาะปลูกนั้นมาจากเขื่อนแก่งกระจาน น้ำเขื่อนเพชร และน้ำบาดาล ซึ่งแหล่งน้ำที่ได้จากเขื่อนเป็นป่าต้นน้ำธรรมชาติของแม่น้ำเพชรบุรี ประกอบกับอำเภอท่ายางอยู่ใกล้ทะเล ไอของทะเลจะช่วยขับไล่แมลงที่จะมากัดกินพืชและผลผลิต นอกจากนี้ สภาพอากาศก็มีส่วนสำคัญ เพราะกล้วยจะชอบอากาศร้อนชื้น ช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน จะช่วยให้ผลผลิตกล้วยเพิ่มมากขึ้น

นายมานะ บุญสร้าง หัวหน้าฝ่ายการตลาด สหกรณ์ท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า ทางสหกรณ์ได้ส่งเสริมผลผลิตทางการเกษตร ช่วยให้เกษตรกรในท้องถิ่นมีรายได้ที่มั่นคง โดยจากการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน พบว่า นิยมรับประทานอาหารที่สะดวก รวดเร็ว ซึ่งวิธีการขายกล้วยหอมทองแบบบรรจุใส่ถุงเป็นลูกเดี่ยว จึงได้รับความนิยมค่อนข้างมาก จากช่วงแรกส่งขายวันละ 900 ลูก ล่าสุดเติบโตวันละ 28,000 ลูก ทั้งยังตั้งเป้าในอนาคตเพิ่มเป็น 35,000 ลูกต่อวัน โดยกล้วยหอมทองจะคงสภาพอยู่ได้ประมาณ 2-3 วัน หากมีนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ ที่ช่วยยืดอายุกล้วยหอมทองให้อยู่นานขึ้น ก็จะช่วยให้สามารถจัดส่งกล้วยไปขายในจำนวนที่มากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ กล้วย ไม่เพียงแต่ให้ประโยชน์ต่อตัวผู้บริโภคเท่านั้น หากในแง่ของเศรษฐกิจ สารพัดประโยชน์ของกล้วย ยังช่วยผู้ประกอบการขยายตัวในตลาด ..

นายสุวิทย์ กิ่งแก้ว รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปริมาณกล้วยหอมที่จำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อกว่า 8,600 สาขา มียอดขายเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งปัจจุบันปริมาณวันละเกือบ 100,000 ลูก สิ่งเหล่านี้ จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ผลไม้ประเภทกล้วย ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน และคาดว่าในอนาคต มีโอกาสที่จะขยายตัวไปในตลาดภายในประเทศเป็นจำนวนมาก

“กล้วย” ผลไม้ธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดา นอกจากจะปลูกขึ้นง่าย ดูแลง่าย โตเร็วแล้ว รู้หรือไม่ว่า? ทุกส่วนของกล้วย ล้วนมีคุณค่ามหาศาล …

ตลอดช่วงชีวิต มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของกล้วย ไม่ว่าจะเป็น ต้นกล้วย ที่ใช้ทำเชือก ทำกระทงลอยน้ำ ใบกล้วย หรือ ใบตองที่นำมาใช้ประโยชน์ได้มากมายทั้งในชีวิตประจำวัน ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น การทำบายศรี ทำกระทง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังเป็นที่รู้กันดีว่า การกินกล้วยหอมช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ เนื่องจากมีสารทริปโตแฟน อันเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่ง ซึ่งร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นสารเซโรโทนินที่จะทำให้ผ่อนคลาย ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมอง เป็นแหล่งรวมวิตามินบีที่สูงมาก และกล้วยหอมยังช่วยการกระตุ้นความตื่นตัวให้กับสมอง ช่วยให้สมองทำงานได้เต็มที่อีกด้วย

 หากมีการสนับสนุนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง อีกไม่นาน กล้วย และผลิตภัณฑ์กล้วยของไทย รวมทั้งสินค้าเอสเอ็มอีชนิดอื่น จะสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก และเมื่อนั้นกล้วยจะกลายเป็น พืชเศรษฐกิจ อันดับต้นๆ ของไทยได้เลยทีเดียว.

ข้อมูลข่าว : https://www.thairath.co.th/content/536720
#‎เกษตรนิวส์ #‎kasetnews #‎ข่าวเกษตร