ระวัง “โรคทอร่า” มันมากับหนาว

ตอนนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งอยู่ในภวังค์แห่งความหวาดกลัว โรคระบาด”อีเอ็มเอส” (Early mortality syndrome : EMS )หรือที่เรียกง่ายว่า  “โรคกุ้งตายด่วน”ในกุ้งขาวแวนนาไม ที่ระบาดในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2555 เนื่องเพราะได้สร้างความเสียหายกับเกษตรกร และวงการอุตสาหกรรมกุ้งอย่างมหาศาล

เฉพาะปีแรกที่ระบาดในปี 2555 ทำให้ผลผลิตกุ้งทะเลจากการเพาะเลี้ยงลดลงอย่างมาก จากปริมาณที่เคยผลิต  4.8 แสนตันนปี 2555  ลดเหลือเพียง 2.56 แสนตันในปี 2556  โดยเฉพาะ ช่วงต้นปี 2556 มีอาการตับอักเสบอย่างเฉียบพลัน มีอัตราการตายสูงถึง 100% ส่งผลให้รายจาการส่งกุ้งหายไปปีละเกือบ 1 แสนล้านบาท สิ่งที่ตามไทยก็เสียแชมป์การส่งออกกุ้งไปยังตลาดโลกให้กับอินเดียเป้นที่เรียบร้อยแล้ว

อย่ามัวแต่กลัวโรคกุ้งตายด่วนอย่างเดียวครับ ต้องระวังโรคอื่นด้วย เพราะช่วงหน้าหนาวที่กำลังจะเข้ามา  และสภาวะอากาศที่มีอุณหภูมิเย็นกว่าปกติ  ทำให้สภาพอากาศแปรปรวน เป็นเหตุให้เริ่มพบกุ้งขาวที่เลี้ยงในความเค็มต่ำป่วยตาย และเอื้อต่อการเกิด “โรคทอร่า” ในกุ้งขาวที่เลี้ยงในบ่อดิน เป็นโรคที่ระบาดซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าด้วย  โดยเฉพาะ “โรคทอร่า”

ได้ข้อมูลจาก ดร.จิราพร  เกษรจันทร์  ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสัตว์น้ำ ที่แนะนำให้เกษตรกรสังเกตอาการเบื้องต้นของกุ้งที่ป่วยเป็นโรคทอร่า ที่ว่านี้ คือตามลำตัว แพนหาง และระยางค์ขาทั้งหมดมีสีชมพูแดงชัดเจน ปลายระยางค์เริ่มกร่อน เปลือกนิ่ม ลำไส้ไม่มีอาหาร มักจะตายระหว่างลอกคราบ และจะทยอยตายไปเรื่อยๆ ซึ่งโดยส่วนใหญ่พบการตายประมาณ 40-90 % หรือหากไม่ตายแต่ปรากฏแผลจุดดำตามเปลือกทั่วตัว

วิธีป้องกันครับ คือต้องใช้ลูกพันธุ์กุ้งที่เป็นสายพันธุ์ต้านทานเชื้อทอร่า  หรือสายพันธุ์ปลอดเชื้อ คัดกรองลูกกุ้งที่ปลอดเชื้อไวรัสและมีสุขภาพแข็งแรง ได้รับการตรวจรับรองจากห้องปฏิบัตการที่เชื่อถือได้ , ควรเลี้ยงกุ้งในระบบปิดหรือระบบที่มีการถ่ายน้ำน้อย และมีบ่อพักน้ำ  ,ต้องเตรียมบ่อและการจัดการพื้นก้นบ่อที่ดี ฆ่าเชื้อภายในบ่อหลังการเลี้ยงแต่ละรอบเพื่อกำจัดเชื้อโรคและพาหะนำโรค ด้วยคลอรีนเข้มข้น 60-65 % อัตราส่วน 50 กก./ไร่ร่ หรือใช้คลอรีนผง 25 % อัตราส่วน 120 กก./ไร่

ขณะเดียวกัน ต้องหลีกเลี่ยงการใช้อาหารสดในการเลี้ยงกุ้ง , ลดปัจจัยที่ทำให้กุ้งเกิดความเครียด เช่น การเปลี่ยนแปลงคุณภาพน้ำอย่างฉับพลัน ,ต้องควบคุมคุณภาพน้ำให้เหมาะกับการเลี้ยง โดยตรวจวัดคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอทั้งเช้าและบ่าย,  เติมจุลินทรีย์ ปม.1 ในน้ำที่ใช้เลี้ยงเป็นระยะๆ

สิ่งที่สำคัญ ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาโรคทอร่า เพราะสาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสไม่ใช่แบคทีเรีย หากเกิดโรคในฟาร์มควรใช้ตาข่ายพลางแสง หรือแผ่นพลาสติกปิดกันที่เกิดโรคและห้ามผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ จากนั้ใช้คลอรีนเติมลงในบ่อกุ้งที่เป็นโรค ให้มีความเข้มข้นสุดท้ายเป็น 30 พีพีเอ็ม ทิ้งไว้อย่างน้อย 14 วัน และห้ามปล่อยน้ำทิ้งสู่แหล่งน้ำภายนอกด้วย

ทางที่ดีหากสงสัยสอบถามที่สถาบันสุขภาพสัตว์น้ำชายฝั่ง สงขลา โทร.0 74 335 244-8 และสถาบันวิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงกุ้งทะเล 0 2561 0786 ในวันเวลาราชการครับ วันเวลาราชการครับ

ที่มา ..รู้มา เล่าไป หน้าเกษตร”คมชัดลึก” 03/12/57