ขวัญน้ำอ้อมของดี ข้าวไทยโกอินเตอร์

ปัจจุบันทาง กลุ่มได้นำเอาระบบ QR Code ระบบสืบย้อนกลับจากมือผู้บริโภคถึงแหล่งผลิต มาใช้โดยจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างยโสธรกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2558 เวลา 1:25 น. “ยโสธร” หรือ เมืองยศฯ เมืองแห่งวิถีเกษตรอินทรีย์ที่กำลังก้าวไกลสู่สากล ในฐานะเมืองเกษตรกรรมและเป็นเมืองปลูกข้าวหอมมะลิที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ด้วยเหตุนี้สภาเกษตรกรแห่งชาติจึงเข้าไปมีบทบาทในการเพิ่มศักยภาพการส่งออกผลิตภัณฑ์ข้าวอินทรีย์ ภายใต้แบรนด์ “ขวัญน้ำอ้อม” ของเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืนน้ำอ้อม ด้วยการติด QR CODE ระบบการตรวจสอบย้อนกลับลงบนบรรจุภัณฑ์เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล นายสายันต์ สีถาน กรรมการและการตลาดเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืนน้ำอ้อม เล่าว่า กลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืนตำบลน้ำอ้อม เป็นการรวมกลุ่มกันทำการเกษตรอินทรีย์ในระยะแรกเพื่อลดต้นทุนและปรับปรุงบำรุงดิน รักษาสิ่งแวดล้อมผลผลิตเพิ่มขึ้นแต่ไม่ได้เน้นการตลาด

โดยในปี 2546 ทำตลาดข้าวเป็นข้าวปรับเปลี่ยนในตลาดอินโด นีเซีย ฮ่องกง ในช่วงแรกยังไม่มีการแปรรูปข้าวทำให้ยังไม่มีกำไรมากนักแต่ได้เรียนรู้เรื่องการตลาดจึงได้ก่อสร้างโรงสีชุมชนขึ้นมาและพัฒนาเครื่องจักรเนื่องจากมีเรื่องการตลาดมากขึ้นซึ่งมีสมาชิกกว่า 863 ราย เนื้อที่แปลงปลูกข้าว 16,200 กว่าไร่ ได้รับการรับรองว่าเป็นพื้นที่ปลูกข้าวอินทรีย์ 80 เปอร์เซ็นต์ กระทั่งเมื่อ 31 มกราคม 2552 ได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนปี 2548 และเปลี่ยนชื่อเป็น “เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรรมยั่งยืนน้ำอ้อม” มีโรงบรรจุภัณฑ์ข้าวอินทรีย์จดทะเบียน ตรา “ขวัญน้ำอ้อม” กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และในปี 2557 เป็นตัวแทนส่งออกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ที่ได้รับแหล่งผลิตตามมาตรฐานและได้ดำเนินการขยายเป็นเครือข่ายการผลิตข้าวอินทรีย์ ปัจจุบันทาง กลุ่มได้นำเอาระบบ QR Code หรือ Quick Response Code ระบบสืบย้อนกลับจากมือผู้บริโภคถึงแหล่งผลิต มาใช้โดยจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างยโสธรกับสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ รวมไปถึงสำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ

เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการแหล่งกระจายสินค้าเชื่อมโยงข้อมูลการตรวจสอบสินค้าไปยังผู้บริโภคทำให้ผู้บริโภคข้าว เมื่อสแกนตัวคิวอาร์โค้ดบรรจุภัณฑ์ก็จะเห็นข้อมูลของทางชุมชนผ่านทางเว็บไซต์ของชุมชนทำให้รู้ว่าข้าวนี้มาจากนาแปลงไหนของใครผลิตอย่างไร นับว่าเป็นการสร้างตัวตนให้กับชาวน้ำอ้อม อีกทั้งยังเป็นช่องทางการตลาดในการส่งเสริมการขายอีกด้วย ผลิตภัณฑ์ข้าวที่ติด QR CODE มีมากทั้งหมด 6 ชนิด วางจำหน่ายในประเทศ และต่างประเทศ อาทิ เยอรมนี ฝรั่งเศส แคนาดา เบลเยียม สเปน อเมริกา และสิงคโปร์ “โดยในปี 2559 ทางกลุ่มจะเปิดบริษัทการส่งออกข้าวของชาวนาที่บริหารจัดการ โดยชาวนาไทย เป็นเจ้าของสินค้าเอง ภายใต้ ชื่อ “บริษัทอีสานไทยออแกนิค จำกัด” มีจุดหมายเพื่อส่งข้าวไปต่างประเทศโดยบริษัทของชาวนาไปยังสหรัฐอเมริกา อียู จีน ซึ่งเป็นตลาดข้าวออร์แกนิก คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในปี 2559 นี้ ทั้งหมดถือเป็นอีกก้าวหนึ่งในการพัฒนาของเกษตรกรไทย ในการยกระดับคุณภาพสินค้า และเป็นแบบอย่างในการรักษาเสถียรภาพราคาผลผลิตการเกษตรแบบยั่งยืนในอนาคต.“

 ที่มาข้อมมูล : เดลินิวส์ ออนไลน์